เซฟชีวิตเจ้านาย! เช็กลิสต์ 7 ต้นไม้พิษที่ต้องทิ้งด่วน! พร้อม 9 ไม้ทดแทน ปลูกในบ้านได้สบายใจ
การมีไม้ดอกไม้ประดับไว้บริเวณบ้านนั้นจะทำให้บรรยากาศทั้งภายในและบริเวณบ้านร่มรื่นและน่าอยู่มากขึ้น แต่บ้านที่เลี้ยงน้องแมวเอาไว้จะต้องคำนึงถึงประเภทของไม้ดอกไม้ประดับที่จะนำมาปลูกในบ้านเป็นพิเศษ เนื่องจากแมวเป็นสัตว์ที่ชอบแทะเล็ม และกัดแทะใบพืช (มาจากนิสัยที่ชอบเล่นซนและการแทะเล็มกินหญ้าตามธรรมชาติ) ซึ่งหากพืชชนิดนั้น ๆ ส่งผลมีพิษต่อแมวแล้วแมวเกิดแทะเล็มไป ก็อาจทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อน้องแมวได้
โพสต์นี้ CATLOVE จึงได้รวบรวมเช็คลิสต์ของพืชและไม้ดอกไม้ประดับยอดนิยม ที่เป็นพิษต่อแมวทั้ง 7 ชนิด และ ไม้ดอกไม้ประดับที่ใช้ปลูกทดแทนพืชเหล่านี้ได้ 9 ชนิด มาให้ทาสแมวได้อ่านกัน จะได้มั่นใจในความปลอดภัยของน้องแมว และวางแผนการจัดแต่งสวนและบริเวณบ้านให้ชัวร์มากยิ่งขึ้นเพื่อความปลอดภัยของน้องแมวที่เรารัก
7 พืช / ไม้ดอกไม้ประดับ ที่เป็นพิษกับน้องแมว (บ้านที่เลี้ยงแมวควรเลี่ยง !)
แม้รูปร่างหน้าตาและสีสันของลิลลี่จะดูสวยงามสำหรับมนุษย์เรา แต่กับแมว ลิลลี่ไม่ได้สวยงามเช่นนั้น เพราะมันมีพิษอันตรายร้ายแรงต่อแมวที่ส่งผลต่อระบบไตของแมวอย่างร้ายแรง ที่เป็นเช่นนั้น เพราะในทุกส่วนของลิลลี่เต็มไปด้วยสารประกอบ Toxin ที่มีความซับซ้อนซึ่งส่งผลต่อระบบท่อไตของแมวโดยตรง โดยจะทำให้ไตของแมวทำงานผิดปกติซึ่งนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลันในแมว ได้ในเพียงเวลาแค่ 2 - 3 ชั่วโมงเท่านั้น ถือเป็นพืชที่เป็นอันตรายที่สุดต่อแมว ที่สำคัญ ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถจำแนกสารประกอบ Toxin ที่มีผลต่อระบบท่อไตของแมวได้ทั้งหมด ทำให้กระบวนการการรักษาแมว ที่ได้รับสารประกอบ Toxin ในลิลลี่เป็นไปได้ยาก ดังนั้น ลิลลี่จึงถือเป็น พืชต้องห้าม ที่ห้ามนำมาไว้ในบ้านที่มีแมวเป็นอันขาด !
ไม้ประดับยอดฮิตที่ใช้ในการจัดสวนสไตล์โมเดิร์น อย่าง ปาล์มและปรง มีสารประกอบสำคัญที่ออกฤทธิ์ร้ายแรงอย่าง ไซคาซิน (Cycasin) อยู่ ซึ่งเป็นสารประกอบที่ออกฤทธิ์ร้ายแรงในสิ่งมีชีวิตหลายชนิดรวมไปถึงมนุษย์ สุนัข และแมว ไซคาซินสามารถออกฤทธิ์โดยตรงต่อเซลล์ตับเมื่อสิ่งมีชีวิตได้รับสารไซคาซินลงสู่ระบบทางเดินอาหารและลำไส้ ทำให้ร่างกายเกิดการดูดซับและออกฤทธิ์ทันทีต่อการทำงานของตับ และอาจนำไปสู่ภาวะตับล้มเหลวเฉียบพลันได้ในเวลาถัดไป นอกจากนี้ ในทั้งปาล์มและปรงยังมีสามารถพบ Beta-methylamino-L-alanine (BMAA) สารพิษที่ออกฤทธิ์โดยตรงต่อระบบประสาท ซึ่งจะทำให้เกิดอาการเดินเซ ตัวสั่น และชักเกร็งในแมวได้ โดยสารทั้งสองนี้ สามารถพบได้ในทุกส่วนของปาล์มและปรง แต่จะมีมากในผลหรือเมล็ด ดังนั้น ทาสที่เลี้ยงน้องแมวที่มีต้นปรงและปาล์มบริเวณบ้าน ซึ่งเป็นไม้ใหญ่ที่ทำการย้าย หรือถอนกำจัดได้ยาก ก็อาจจะต้องดูแลความปลอดภัยของน้องแมวในบ้านอย่างใกล้ชิด อย่าให้ไปกัดแทะส่วนต่าง ๆ ของปาล์มและปรงได้นะ !
แม้สาวน้อยประแป้งจะไม่ได้มีสารพิษแฝงอยู่เช่นเดียวกับพืชทั้งสองชนิดที่ผ่านมา แต่องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ สาวน้อยประแป้ง เป็นพืชอีกชนิดที่มีความร้ายแรงต่อแมว คือ องค์ประกอบของ แคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) ที่มีโครงสร้างเป็นผลีกเข็มขนาดเล็ก และพบได้ในทุกส่วนของสาวน้อยประแป้ง โครงสร้างเข็มขนาดเล็กของแคลเซียมออกซาเลตที่มีปริมาณมาก สามารถทำให้เกิดการระคายเคืองบริเวณที่สัมผัสโดนได้ (ให้นึกถึง เวลาที่เข็มหลาย ๆ เล่มจิ้มแทงเราในเวลาพร้อมกัน ! - แต่อันนี้เป็นเข็มเล็ก ๆ หลาย ๆ เข็ม ก็เลยทำให้เกิดอาการระคายเคือง) ยิ่งในแมวที่มีผิวหนังค่อนข้างบอบบาง และมีขนาดร่างกายเล็กกว่าพวกเรา ก็ยิ่งทำให้อาการระคายเคืองของแมวชัดเจนมากขึ้น ถึงขนาดว่าทำให้เกิดอาการปวดบวมและอักเสบได้ และหากแมวได้รับองค์ประกอบแคลเซียมออกซาเลตจากสาวน้อยประแป้งผ่านทางเดินอาหาร ก็อาจทำให้ทางเดินอาหารอักเสบ และเกิดการบวม ปิดกั้นทางเดินหายใจต่อไปได้เช่นกัน ซึ่งแม้จะออกฤทธิ์แค่ทางกายภาพ แต่ความเจ็บปวดที่ถูกสร้างโดยแคลเซียมออกซาเลต ก็อาจทำให้น้องทนไม่ไหว จนถึงขั้นเสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บได้เลยนะ !
เนื่องจากเป็นพืชตระกูลเดียวกับสาวน้อยประแป้ง ผลกระทบหลักที่เกิดขึ้นหากแมวเผลอไปเคี้ยวลำต้นหรือใบของพลูด่างเข้า นั่นคือ อาการระคายเคืองที่เกิดจากโครงสร้าง แคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) แต่เพราะขนาดลำตันของพลูด่าง เมื่อเทียบกับสาวน้อยประแป้ง มีขนาดต่างกันมาก โดยพลูด่างจะมีขนาดเล็กกว่า ทำให้สามารถพบโครงสร้างของแคลเซียมออกซาเลต ได้น้อย แต่ยังไงโครงสร้างเข็มขนาดเล็กนี้ก็ยังสามารถสร้างความเจ็บปวดและความรำคาญให้น้องแมวอยู่ ดังนั้น ทางที่ดีควรปลูกประดับพลูด่างไว้ให้ห่างจากน้องแมวในบ้านจะดีกว่า
อีกครั้งที่โครงสร้างของ แคลเซียมออกซาเลต (Calcium Oxalate) เข้ามามีบทบาทอีกครั้ง คือ ทุก ๆ ส่วนของเดหลีประกอบไปด้วยโครงสร้างเข็มขนาดเล็ก แต่ด้วยโครงสร้างพืชที่มีขนาดเล็ก จึงทำให้พบโครงสร้างของแคลเซียมออกซาเลตไม่มาก เรื่องน่ารู้อีกอย่างของเดหลี ที่แม้ในภาษาอังกฤษจะถูกเรียกว่า Peace Lily แต่จริง ๆ แล้ว เดหลี ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ ลิลลี่ แต่อย่างใด จึงทำให้เดหลี ไม่ได้ออกฤทธิ์ต่อแมวเช่นเดียวกับลิลลี่ และทำให้เดหลีไม่ได้มีผลอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตของแมว เพียงแค่สร้างความเจ็บปวดและความรำคาญให้กับน้องแมวเท่านั้น
ดอกไม้ที่มีสวยงามอย่างเบญจมาศ ที่ดูไม่น่าจะมีพิษมีภัยต่อแมว แต่แท้จริงแล้ว เบญจมาศมีสารชนิดหนึ่งซึ่งออกฤทธิ์ต่อแมว นั้นคือ ไพรีทริน (Pyrethrins) และ เซสควิเทอร์พีน แลคโตน (Sesquiterpene lactones) สารพิษที่เรามักนำไปเป็นส่วนประกอบหนึ่งของยาฆ่าแมลงและศัตรูพืช ทำให้เมื่อแมวได้รับสารพิษทั้งสองชนิดเข้าไป แมวจะมีอาการน้ำลายไหลเนื่องจากเกิดการระคายเคืองในช่องปากและทางเดินอาหาร และในบางครั้งอาจมีอาการเดินเซ ทรงตัวไม่อยู่ และผดผื่นคันตามตัวร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ทั้งสองสารพิษไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อแมวถึงชีวิตแต่อย่างใด เพียงแต่จะทำให้แมวแสดงอาการมึนงง เกิดอาการคันหรืออาการต่าง ๆ ที่คล้ายคลึงกับอาการแพ้ได้ แต่ถ้าได้รับในปริมาณมาก ก็อาจจะทำให้ไม่สบายหนักสักหน่อย ดังนั้น ทาสแมวต้องระวัง อย่าให้แมวเคี้ยวเบญจมาศเข้าไปล่ะ
หนึ่งในพืชประดับที่เรานำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ตั้งแต่ยาไปจนถึงขนมและอาหาร สารสำคัญที่ทำให้ว่านหางจระเข้เป็นอันตรายต่อแมว คือ ซาโปนิน (Saponins) และ แอนทราควิโนน (Anthraquinones) ที่พบได้บนเปลือกใบสีเขียวที่กักเก็บวุ้นสีขาวของว่านหางจระเข้เอาไว้ (ในวุ้นของใบ ไม่พบสารเหล่านี้นะ) สารทั้งสองตัวนี้ปกติแล้วจะออกฤทธิ์เป็นยาระบาย ซึ่งหากแมวได้รับไปในปริมาณหนึ่ง อาจทำให้แมวมีอาการท้องร่วงได้ โดยจะแสดงอาการเหมือนกับมนุษย์เราท้องร่วง คือ ถ่ายบ่อย อ่อนเพลีย ขาดน้ำ และอาเจียน มันอาจจะฟังดูทั่วไป แต่ก็ถือเป็นอาการที่น่าเป็นห่วงถ้าเกิดกับน้องแมวของเรา ดังนั้น อย่าให้แมวได้กัด หรือ แทะ ใบของว่านหางจระเข้จะดีกว่า
แล้วถ้าเป็นแบบนี้ เราจะปลูกอะไรทดแทนได้บ้างล่ะ ???
เนื่องจากจำนวนของไม้ดอกไม้ประดับมีอยู่มากมายและดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงเลยว่าจะไม่มีต้นไหน ที่เข้ามาทดแทน 7 ต้นที่กล่าวไปได้ วันนี้นอกจาก 7 ลิสต์ ไม้ดอกไม้ประดับที่ไม่แนะนำให้ปลูก เรายังมี 9 ลิสต์ ไม้ดอกไม่ประดับต่าง ๆ ที่สามารถนำมาใช้ปลูกได้รอบบ้าน ซึ่งจะทำให้ทาสนักตกแต่งบ้าน มีความสุขไปกับบรรยากาศภายในและรอบบ้านที่สวยงาม อย่างไม่ต้องกังวลความปลอดภัยของน้องแมว
ตัวอย่างไม้ดอกไม้ประดับ และพืช 8 ชนิด ที่ปลอดภัยต่อแมว
ถึงจะไม่ใช่ไม้ดอกไม้ประดับ แต่การมีกระถางหญ้าแมวเล็ก ๆ วางไว้ที่ริมหน้าต่าง ที่มีแดดอ่อน ๆ ส่อง หรือบนมุมทำงานของเรา คงเพิ่มสีสัน และทำให้เรารู้สึกสดชื่นอยู่ไม่น้อย อีกทั้ง หญ้าแมว ยังมีประโยชน์ต่อแมวทัังในแง่ของการเพิ่มกากใย (Fiber) ในลำไส้ ทำให้แมวสามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยในการกำจัดก้อนขน ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นอีกด้วย ทั้งยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย และใช้เวลาในการปลูกใหม่ไม่นาน ถือเป็นหนึ่งในชอยส์ที่ยอดเยี่ยมของทาสแมวสายแต่งห้องเลยนะเนี่ย
หนึ่งในพืชที่ถูกจัดเป็นพืชประเภท Non-Toxic (ไร้สารพิษ) ดังนั้น จึงเป็นอีกชอยส์หนึ่งที่ยอดเยี่ยมสำหรับทาสแมวสายจัดบ้าน นอกจากนี้เศรษฐีเรือนในยังมีสารประกอบบางอย่าง ที่ทำงานคล้ายกับสารประกอบในแคทนิป หรือ กัญชาแมว (Catnip) ซึ่งทำให้ในแมวบางตัวชื่นชอบการอยู่ใกล้ต้นเศรษฐีเรือนในมาก ในบางตัวอาจมีการกัดแทะและกินเข้าไปเลยก็ได้ แต่ยังไงก็ยังไม่น่ากังวล เพราะทุกส่วนของเศรษฐีเรือนในไม่ได้มีองค์ประกอบของ แคลเซียมออกซาเลต อีกทั้งผิวใบยังมีความนิ่ม ยืดหยุ่น และไม่คม ซึ่งเหมาะกับบ้านที่เลี้ยงแมวมาก ๆ
แม้จะปกคลุมไปด้วยขนแหลม แต่ขนเหล่านั้นเป็นขนนุ่ม และไม่ได้สร้างมาจากองค์ประกอบของแคลเซียมออกซาเลตแต่อย่างใด ทำให้แมวสามารถกัดแทะส่วนต่าง ๆ ของแอฟริกันไวโอเล็ตได้สบาย นอกจากนี้ แอฟริกันไวโอเล็ตยังเป็นพืชดอกประดับขนาดเล็ก จึงเหมาะกับการนำไปตกแต่งบ้านได้ในหลาย ๆ มุม ทำให้ความครีเอทีฟของทาสไม่มีที่สิ้นสุด และบอกเลย สีม่วงของแอฟริกันไวโอเล็ตมันได้ใจมาก ! รับรองว่าจะเป็นหนึ่งในไม้ดอกที่เข้ามาเติมสีสันให้กับบ้านของคุณได้อย่างดีแน่นอน
ทั้งโหระพาและพืชกลุ่มกัญชาแมวจัดเป็นพืชในสกุล Lamiaceae สกุลพืชจำพวกมินต์ พืชในสกุล Lamiaceae ไม่ได้มีสารใดที่ให้ความเป็นพิษต่อแมว แต่ลักษณะสำคัญของพืชในสกุลนี้ส่วนใหญ่ คือ มีกลิ่นฉุน ให้ฤทธิ์เย็นไปจนถึงแสบร้อน และประกอบไปด้วยน้ำมันหอมระเหย อย่างเช่น เปปเปอร์มินต์ และ สเปียร์มินต์ ทำให้พืชเหล่านี้เป็นพิษต่อแมวในทางอ้อม ที่อาจไม่ได้ส่งผลร้ายแรงต่อระบบอวัยวะภายใน แต่ก็ทำให้แมวเกิดอาการป่วย อาเจียน และไม่สบายตัวได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีพืชบางชนิดในสกุล Lamiaceae ที่ไม่มีอันตรายต่อแมว อย่าง โหระพา และ พืชกลุ่มกัญชาแมว (กัญชาแมว (Catmint) และ แคทนิป) เนื่องจากพืชทั้ง 3 ชนิด ไม่ได้มีกลิ่นฉุนหรือมีน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นรุนแรง ทั้งนี้ในโหระพายังอุดมไปด้วย วิตามิน A, C และ K และมีกากใยที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้ของแมว ทำให้แมวได้ประโยชน์ในทางอ้อมหากแมวกัดแทะใบโหระพาเข้าไป (แต่ระวัง : อย่าให้แมวกินโหระพาเยอะ เพราะมีฤทธิ์ทำให้เกิดอาการท้องไส้ปั่นป่วนได้) ส่วนพืชในกลุ่มกัญชาแมว ก็มีสารสำคัญอย่าง เนเพทาแลคโตน (Nepetalactone) ที่ส่งผลทำให้แมวรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ ช่วยคลายความกังวลของแมวทำให้แมว อีกทั้งดอกของพืชกลุ่มกัญชาแมวยังดูสวยงาม มีลักษณะคล้ายกับช่อของดอกลาเวนเดอร์ จึงเป็นอีกพืชชนิดหนึ่งที่เหมาะกับการนำมาปลูกประดับรอบบ้านที่เลี้ยงแมว
แม้จะเป็นพืชอวบน้ำเช่นเดียวกับว่านหางจระเข้ แต่รับรองได้เลยว่าปราศจากสารที่ทำให้ท้องเสียอย่าง ซาโปนิน (Saponins) และ แอนทราควิโนน (Anthraquinones) อย่างแน่นอน ทำให้ฮาโวเธียเป็นอีกตัวเลือกที่นำมาปลูกแทนว่านหางจระเข้ได้ (ในแง่ของความสวยงาม และประดับบ้านเท่านั้นนะ) และใบที่อวบน้ำของฮาโวเธียไม่ได้มีหนามแหลมคมเหมือนว่านหางจระเข้ การกัดแทะของน้องแมวจึงปลอดภัยไร้กังวล !
เรียกว่าเป็นหนึ่งในท็อปชอยส์ของพืชประดับสวนอย่างเฟิร์นบอสตัน ที่เรียกได้ว่าบ้านสวนสไตล์โมเดิร์นไม่มีไม่ได้ ! เฟิร์นบอสตัน จัดเป็นพืชในกลุ่มเฟิร์นแท้ (True Ferns) ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีสารอันตรายใด ๆ ที่ไม่ปลอดภัยต่อแมว หรือมีโครงสร้างต้นที่ประกอบด้วยแคลเซียมออกซาเลต จึงทำให้ปลอดภัยหากแมวเผลอกัดแทะเข้าไป นอกจากนี้บอสตันเฟิร์นยังมีคุณสมบัติในการฟอกอากาศ สามารถดูดซับสารก่อมะเร็งในอากาศหลายตัวได้ การปลูกเฟิร์นบอสตันในบ้านจึงเป็นผลดีทั้งต่อทาสแมวและแมวในบ้าน ที่จะได้มีบรรยากาศรอบบ้านที่สวยงามโมเดิร์น และอากาศที่บริสุทธิ์สำหรับทุกคนในบ้านมากขึ้น
เช่นเดียวกับฮาโวเธีย กล้วยไม้เป็นพืชอวบน้ำที่มีส่วนต่าง ๆ ที่ค่อนข้างยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มกว่าพืชอื่น ๆ ทั้งยังไม่มีองค์ประกอบที่ประกอบไปด้วยสารพิษ และแคลเซียมออกซาเลตแต่อย่างใด ทำให้มีความปลอดภัยต่อแมว ทั้งนี้กล้วยไม้ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกต้น ๆ ของไม้ดอกไม้ประดับที่นักแต่งบ้าน จัดส่วน ส่วนใหญ่เลือกกัน เพราะมีสีสันสวยงามและมีให้เลือกหลายสีหลายสายพันธุ์ เรียกได้ว่าเราสามารถเติมสีสันให้กับรอบบ้านได้อย่างไม่รู้จบได้เลยด้วยกล้วยไม้หลากชนิด !
อย่าเพิ่งตกใจ ! ปาล์มแคระนี้ไม่เหมือนกับต้นปาล์ม / ปรง ที่เป็นพิษต่อแมว ! เพราะพืชทั้งสองกลุ่มอยู่ในคนละกลุ่มพืชกันโดยสิ้นเชิง ปาล์มแคระถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ปาล์มแท้ (True Palms) ในขณะนี้ปาล์มใหญ่ และ ปรง จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ปรง (Cycads) ทำให้มีองค์ประกอบทางเคมีที่ไม่เหมือนกัน ก็เลยมั่นใจได้ว่า ปาล์มแคระนั้น ไม่มีสารพิษที่เป็นอันตรายต่อแมวแต่อย่างใด ทั้งยังมีใบและลำต้นที่ให้สัมผัสนุ่มนวลกว่าพืชในกลุ่มเดียวกัน จึงไม่ต้องกังวลว่าแมวจะได้รับการบาดเจ็บหากเผลอไปเล่นหรือไปกัดปาล์มแคระเข้า แต่ต้องระวังสักหน่อย เนื่องจากเส้นใยของปาล์มแคระมีความหนามากกว่าพืชหลายชนิดที่ปลอดภัยต่อแมวอยู่มาก จึงทำให้แมวไม่สามารถย่อยเส้นใยจากปาล์มแคระได้ ซึ่งถ้าหากกินไปในปริมาณมาก อาจทำให้แมวเกิดอาการอาเจียนได้ เนื่องจากเส้นใยติดคอนะ ทาสต้องระวังกันด้วยล่ะ
ไม้ประดับใบใหญ่ที่ให้อารมณ์เรียบหรูดูแพงอย่าง คล้า แน่นอนว่าต้องปลอดภัยต่อน้องเหมียว เพราะพืชในสกุล Marantaceae เกือบทั้งหมดถูกจัดเป็นพืช Non-Toxic ที่ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อแมว ทั้งนี้ส่วนต่าง ๆ ยังให้สัมผัสที่นุ่มนวล และไม่มีองค์ประกอบของแคลเซียมออกซาเลตด้วย และคล้ายังเป็นพืชที่มีลักษณะพิเศษ คือ ต้นคล้าจะหุบใบลงในเวลากลางคืน ซึ่งลักษณะนี้อาจจะดึงดูดในแมวรู้สึกตื่นเต้นและสนุกไปกับการกัดแทะต้นคล้า เรียกได้ว่าได้ประโยชน์ทั้งทาสและแมว ทาสแมวสายหรู หรือ สไตล์ Minimal ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง !
เป็นไงบ้างกับทั้ง 7 ลิสต์พืชอันตราย และ 9 ลิสต์พืชปลอดภัย ในวันนี้ - แน่นอนว่าลิสต์ทั้งหมดไม่อาจครอบคลุมชนิดของพืช หรือไม้ดอกไม้ประดับได้ทั้งหมด ดังนั้น จะขอสรุปคร่าว ๆ จากลิสต์ที่ผ่านมาทั้งหมดของพวกเรากันนะ ว่า เราควรมีหลักการในการเลือกไม้ดอกไม้ประดับ หรือ พืชต่าง ๆ ที่จะนำมาปลูกในบ้านอย่างไร เพื่อไม่ให้น้องแมวในบ้านเป็นอันตรายหรือได้รับผลกระทบ ไปดูกันนะ
หลักการง่าย ๆ สำคัญเลย คือ
อาจเช็คจากข้อมูลในอินเตอร์เน็ตทั่วไป หรือใน ASPCA (https://www.aspca.org/) เว็บขององค์กรไม่แสวงผลกำไรจากสหรัฐอเมริกา ที่รวบรวมลิสต์ของพืชที่ปลอดภัยต่อแมวและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ ไว้ให้ได้เป็นเช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจเลือกพืชมาปลูกในบ้าน
ถ้าทำตามหลักการที่สรุปข้างต้น รับรองว่าน้องแมวจะใช้ชีวิตในบ้านที่จัดแต่งสวยงามได้อย่างไร้กังวัลเลย แถมทาสแมวก็จะยังมีความสุขไปกับบ้านสวน หรือ ห้องในฝันด้วย หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทาสแมวสายจัดบ้าน แต่งสวน ไม่มากก็น้อยนะ ! ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์ อย่าลืมแชร์ลิงก์ต่อไปเพื่อเป็นกำลังใจให้กับทีมงาน CATLOVE ด้วยนะ สำหรับวันนี้ สวัสดีจ้าาา